รีวิวหนัง : Wonka (2023) วองก้า การกลับมาของโรงงานช็อกโกแลตสุดมหัศจรรย์

และนี่คือการกลับมาอีกครั้งของ วิลลี่ วองก้า แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะมันคือภาคกำเนิดของตัวละครสุดมหัศจรรย์ เจ้าของโรงงานช็อกโกแลตบันลือโลก! ที่ได้ดาราหนุ่มสุดฮอตในยุคนี้ ทิโมธี ชาลาเมต์ มาสวมบทบาทของหนุ่มนักทำช็อกโกแลตที่มีความฝันอยากจะเป็นนักมายากล ได้ พอล คิง จาก Paddington มารับหน้าที่ผู้กำกับ ไซมอน ฟาร์นาบี มารับหน้าที่เขียนบท และ เดวิด เฮย์แมน ผู้อำนวยการสร้าง Harry Potter มาดูแลภาพรวม

Wonka วองก้า หนังแฟนตาซีสีสันสดใสที่ผสมผสานกลิ่นอายมิวสิคัล เล่าเรื่องราวก่อนมีชื่อเสียงของ วิลลี่ วองก้า นักทำขนมและเจ้าของโรงงานช็อกโกแลตที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันดีใน Charlie and the Chocolate Factory (ชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลต) ที่ถูกนำมาสร้างในฉบับใหม่และเน้นไปที่การเล่าเรื่องของตัวละครวองก้าเป็นหลัก ว่าเขาเป็นใคร? มาจากที่ไหน? เรื่องราวในวัยเด็กของเขากับคุณแม่สุดที่รัก เหตุการณ์ที่ทำให้เขากลายเป็นนักทำช็อกโกแลตผู้ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นเจ้าของโรงงานช็อกโกแลตได้อย่างไร?

 

Wonka

 

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ วิลลี่ วองก้า (ทีโมธี ชาลาเมต์) ชายหนุ่มผู้หลงรักการทำขนมหวานและช็อกโกแลต โดยเขาวาดฝันไว้ว่าวันหนึ่งอยากเปิดร้านขายช็อกโกแลตให้ได้ เขาจึงเดินทางเขามายังย่านใจกลางเมือง แต่กลับพบว่าย่านนี้มีร้านช็อกโกแลตเปิดอยู่แล้วถึง 3 ร้านด้วยกัน วองก้าจึงต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในระหว่างนั้นก็มีทั้งตำรวจและคนมาแอบขโมยช็อกโกแลตของเขา แต่ความโชคดีก็คือวองก้าได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่จะช่วยสานฝันในครั้งนี้ให้กลายเป็นจริง

 

Wonka

 

รีวิวหนัง : ตัวเรื่องเปิดมาเรียกว่าเข้าเรื่องเร็วเลย แถมมาแบบมิวสิคัลด้วย และมันดีตรงที่เพลงนี้ทำหน้าที่เสมือนเป็นองก์แรก ที่ทำให้เราได้รู้จัก วิลลี่ วองก้า ในระดับหนึ่งว่าจริงๆ แล้วเขาเองก็เป็นไอ้หนุ่มบ้านนอกที่มีความ Underdog ไปในตัว ซึ่งแม้ว่าทรงหนังจะมีความเป็นหนังเด็ก และหนังมิวสิคัลที่บางคนอาจจะไม่ถนัด แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำได้น่าสนใจก็คือ การลดทอนความหรูหราบางอย่างลงไป มิวสิคัลในหนังเรื่องนี้จึงไม่ได้เน้นเวอร์วังอลังการ แต่เหมือนใช้ขับเน้นการเล่าเรื่องมากกว่า

 

Wonka

 

ในครึ่งแรกตัวหนังมีความเป็นหนังผจญภัย หนังแนว Underdog มีความเป็นวัยรุ่นพันล้านที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคเพียงเพื่อจะขายช็อกโกแลตให้ได้สักชิ้น ซึ่งอุปสรรคก็มีตั้งแต่โดนไล่ที่ โดนกลั่นแกล้ง ถึงขั้นหวังผลเอาชีวิตก็มี จนครึ่งหลัง ตัวหนังก็สอดแทรกความเป็นหนังจารกรรมเอาไว้แบบบางๆ ซึ่งถ้ามองด้วยสายตาแบบหนังผู้ใหญ่ มันก็อาจจะมีความเป็นสูตรสำเร็จที่เบาบาง และมีการคลายปมที่ใช้ความบังเอิญ ความขี้โกงตามสไตล์ วิลลี่ วองก้า ไปสักหน่อย แต่ถ้ามองผ่านเลนส์ของหนังเด็ก และแฟนตาซี หนังเรื่องนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้สนุกเพลิดเพลิน

 

Wonka

 

แต่แม้ว่าจะมีความเป็นหนังเด็ก มีมุกฮาที่เด็กและผู้ใหญ่ดูแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากได้ มีมิวสิคัลไพเราะที่ดูแล้วใจฟู มีเรื่องราวน่ารักๆ ที่ตัดสลับหักมุมได้อย่างน่าติดตาม แต่อย่าไปคิดว่าเป็นหนังเฉพาะเด็กเชียวนะ เพราะตัวหนังยังสอดแทรกประเด็นเข้มๆ ภายใต้เปลือกของวรรณกรรมเยาวชนน่ารักไร้เดียงสา ตามแบบฉบับของ โรอัลด์ ดาห์ล เอาไว้ด้วย ก็เลยทำให้พล็อตเรื่องมีความเข้มๆ ขมๆ บางอย่าง ทั้งการจิกกัดระบบทุนนิยม การทุจริตคอรัปชัน หรือแม้แต่การสะท้อนภาพความเน่าในที่ชอนไชอยู่ในระบบอำนาจชั้นสูง ที่ทำออกมาได้เห็นภาพชัดมาก

 

Wonka

 

โดยภาพรวมแล้วนั้น Wonka วองก้า เป็นหนังแฟนตาซีที่ชวนในรู้สึกอิ่มเอมและประทับใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่หนังที่มีพล็อตและองค์ประกอบที่แปลกใหม่อะไรเท่าไหร่เลย แต่คนดูสามารถเอ็นจอยไปกับมันได้ดี และเพลินไปด้วยตลอดเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงของหนัง แค่นั่งดูทีมนักแสดงตัวเป้งๆ มาฟาดฟันเล่นใหญ่ใส่กันก็คือกำไรแล้ว ไหนจะบทเพลงและงานสร้างที่น่าตื่นตา ที่ทำให้ทั้งยิ้มและน้ำตาซึมไปได้ เรียกได้ว่าเป็นหนังฟอร์มใหญ่แนวแฟนตาซีส่งท้ายปีที่หลายคนรอคอย

 

Wonka

ตัวอย่างหนัง  Wonka วองก้า

ชื่อเรื่อง : Wonka วองก้า
ประเภท : ผจญภัย / คอมเมดี้ / ครอบครัว / แฟนตาซี / มิวสิคัล
ผู้กำกับ : พอล คิง
ผู้เขียนบท : ไซมอน ฟาร์นาบี ,พอล คิง ,โรอัลด์ดาห์ล
นักแสดงนำ : ทีโมธี ชาลาเมต์, เคลาห์ เลน, โอลิเวีย โคลแมน, ฮิวจ์ แกรนท์
ความยาว : 1 ชั่วโมง 56 นาที
กำหนดฉาย : 7 ธันวาคม 2023 (ในโรงภาพยนตร์)