รีวิวซีรีย์ : Love to Hate You (2023) ยี้ให้หนัก รักให้เข็ด

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ ยอมีรัน (คิมอ๊กบิน) ทนายความสาวไฟแรงจากสำนักงานกฎหมายกิลมู ที่รับดูแลบรรดาเซเลบในวงการบันเทิงเป็นหลัก เป็นสาวสวยที่ไม่สนฟ้าสนแดด และออกเดตถี่ยิบแถมยังพร้อมจะวันไนท์สแตนด์ให้ผู้ชายน้ำตาตก เก่งศิลปะการต่อสู้ชนิดสตันท์แมนยังร้องว้าย จนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้ได้เหวี่ยงเธอมาพบกับ นัมกังโฮ (ยูแทโอ) ซุปตาร์เบอร์ต้นของวงการบันเทิง ฉายาเจ้าพ่อบทโรแมนติกที่จูบนางเอกแล้วแอบไปอ้วกในห้องน้ำ เป็นหนุ่มหล่อสาวหลงที่หวาดระแวงในตัวผู้หญิงและมองพวกเธอในแง่ร้าย

สองคนต้องโคจรมาพบกันด้วยความเข้าใจผิดของยอมีรันที่ตั้งตนเป็นหน่วยปราบชายเลว และแน่นอนเธอคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ชายหัวงูเหล่านั้น ซึ่งตรงกันข้ามกับ ชินนาอึน (โกวอนฮี) แอร์โฮสเตสสาวสวยเพื่อนสนิทของเธอลิบลับ เพราะอ่อนไหวกับเบ้าหน้าหล่อ ๆ ของชายหนุ่มอยู่ร่ำไป โดยเฉพาะเบ้าหน้าฟ้าประทานของ โดวอนจุน (คิมจีฮุน) เพื่อนสนิทที่หันหลังให้กับงานแสดงแต่มานั่งแท่นซีอีโอต้นสังกัดของนัมกังโฮ

 

Love to Hate You

Love to Hate You

 

รีวิวซีรีย์ : ที่จริงแล้ว Love to Hate You นั้นก็ให้ฟีลละครคู่กัดกลายเป็นคู่รักที่ผู้ชมคุ้นเคยดี แต่เมื่อเรื่องราวความรักแบบเบา ๆ กลืนง่ายมาถูกจังหวะในช่วงที่ไม่ได้มีซีรีย์โดดเด่นมากนัก ก็ทำให้มันหลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดูเพลินไม่น้อยเลย แต่นอกจากความสนุกจังหวะโบ๊ะบ๊ะของพระนางที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้ว เรื่องยังซ่อนประเด็นสังคมไว้ได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย

สองประเด็นสังคมที่ผูกโยงกับตัวละครในเรื่องอย่างชัดเจน คือปมในใจของยอมีรันในเรื่อง ที่เกิดจากพ่อที่มีแนวคิดโบราณและกดทับผู้หญิง ทั้งแม่ของเธอและตัวเธอเอง รวมไปถึงการเจอผู้ชายนิสัยไม่ดี หลายใจ ตาแก่ที่จ้องจะลวนลามเด็ก ๆ เป็นต้น ซึ่งทำให้เธอเลือกที่จะลงโทษผู้ชายในแบบของเธอ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาที่ผู้หญิงเกาหลีจำนวนมากต้องเจอเป็นประจำ แต่การที่ยอมีรันเลือกที่จะลงโทษผู้ชายด้วยการหลอกให้รัก ยั่วให้คบ เพื่อแก้แค้นแทนผู้หญิงทั้งหลาย อาจจะเป็นสิ่งที่สื่อโดยตรงกับปัญหาการใช้ความรุนแรงจากคนรัก

 

Love to Hate You

 

ส่วนปมในใจของนัมคังโฮที่ไม่ไว้วางใจผู้หญิง คิดว่าผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นเป็นพวกนักขุดทอง สนใจผู้ชายที่ฐานะเหมือนกับแม่ของเขาที่ไม่ได้รักพ่อ หรือแฟนเก่าที่ทิ้งเข้าอย่างเลือดเย็น จนทำให้ป่วยทางใจเป็นโรครังเกียจผู้หญิง ซึ่งอาจจะสื่อถึงแนวคิดของผู้หญิงเกาหลีที่เรื่องเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกคู่ แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเรื่องเงินก็นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของชีวิตคู่ และสถิติที่เห็นจะไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นการเลือกคนรักจากฐานะล้วน ๆ เหมือนกับที่คังโฮระแวงในเรื่อง แต่ก็อาจจะเป็นหนึ่งจุดที่ทำให้ปมซึ่งดูเบา ๆ นั้นดูหนักแน่นขึ้น

 

Love to Hate You

 

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูซีรีย์เรื่อง Love to Hate You อยากบอกว่าดูเถอะ เพราะนี่คือรอมคอมมีสาระที่ไม่จำเป็นต้องคิดลึกที่เข้าถึงทุกด้านของอารมณ์สุนทรีย์เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เรียกว่ายามศึกเรารบ ยามสงบเรารักกันมากว่างั้นเถอะ แถมยังเป็นรักซาบซึ้ง รักกุ๊กกิ๊ก รักเร่าร้อน เรียกได้ว่าทุกอารมณ์รักได้จัดสรรมาให้เธอแล้ว ครบจบในเรื่องเดียวและพระนางของเรื่องเขาก็จะเล่นไปตามบทที่ว่าเกลียดขี้หน้ากันตั้งแต่แรกแต่สุดท้ายก็รักกัน เป็นซีรีย์รอมคอมอีกเรื่องที่สนุกดูเพลินมาก ๆ ใครชอบแนวนี้ไม่ควรพลาดจริง ๆ

 

Love to Hate You

แนะนำตัวละคร

 

Love to Hate You
คิมอ๊กบิน รับบท ยอมีรัน
ทนายความสาวหน้าใหม่ไฟแรงที่ทำงานอยู่บริษัทกฎหมาย กิลมู ซึ่งเธอทำงานเกี่ยวเนื่องกับวงการบันเทิง เธอไม่สนใจที่จะมีความสัมพันธ์โรแมนติกกับใครและเธอก็ไม่อยากที่จะสูญเสียอะไรเพื่อผู้ชาย

 

Love to Hate You

ยูแทโอ รับบท นัมกังโฮ
นักแสดงระดับท็อปที่สามารถเรียกได้ว่ามีชื่อเสียงที่สุดในวงการบันเทิงขณะนี้เพราะจากภาพลักษณ์ที่ทั้งหล่อ, ขยัน และจิตใจดี เขาโด่งดังมาจากการแสดงภาพยนตร์แนวโรแมนติกแต่ตัวจริงกลับไม่ไว้ใจผู้หญิงเลย

 

Love to Hate You

คิมจีฮุน รับบท โดวอนจุน
ซีอีโอของต้นสังกัดที่ดูแล นัมกังโฮ เขาล้มเลิกความฝันในการเป็นนักแสดงของตัวเองแล้วผันตัวไปทำเอเจนซี่

 

Love to Hate You

โกวอนฮี รับบท ชินนาอึน
เพื่อนสนิทของ ยอมีรัน ที่ไม่เคยกลัวที่จะมีความรัก

 

Love to Hate You

ตัวอย่างซีรีย์  Love to Hate You ยี้ให้หนัก รักให้เข็ด

ชื่อเรื่อง : Love to Hate You ยี้ให้หนัก รักให้เข็ด
ประเภท : โรแมนติก / คอมเมดี้
ผู้กำกับ : คิมจองควอน
ผู้เขียนบท : ชเวซูยอง
นักแสดงนำ : คิมอ๊กบิน ,ยูแทโอ ,คิมจีฮุน ,โกวอนฮี
ความยาว : 10 ตอน ตอนละประมาณ 60 นาที
ช่องทางการรับชม : Netflix