รีวิวหนัง : Leave the World Behind (2023)

Leave the World Behind เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวจิตวิทยา ผลงานการกำกับของ แซม เอสเมลล์ จากซีรีย์ Mr. Robot มารับหน้าที่กำกับดูแลงานสร้างหนังเรื่องนี้ และนับว่าเป็นผลงานหนังฟอร์มใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เขาทำอาชีพนี้มา โดยเขายังรับหน้าที่ดัดแปลงเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองด้วย แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของหนังน่าจะดึงดูดใจคอหนังแนวหายนะและวันโลกแตกได้เป็นอย่างดี เพราะมันชวนสื่อสารออกมาเช่นนั้น แต่อย่าเพิ่งไว้วางใจไป เพราะว่ามันซับซ้อนและซ่อนเงื่อนยิ่งกว่าที่เราคิดไว้

 

Leave the World Behind

 

เรื่องย่อ : เป็นเรื่องราวของ ครอบครัวแซนด์ฟอร์ดที่ประกอบด้วย พ่อชื่อ เคลย์ (อีธาน ฮอว์ก) ป็นคนนิสัยง่ายอะไรก็ได้ แม่ชื่อ อแมนดา (จูเลีย โรเบิร์ตส์) เป็นคนนิสัยขี้โวยวายเจ้ากี้เจ้าการ ลูกชายวัยรุ่นชื่อ อาร์ชี (ชาร์ลี อีแวนส์) และลูกสาวคนเล็กชื่อ โรส (ฟาร์ราห์ แม็กเคนซี) ที่ติดซีรีย์อย่างหนักโดยเฉพาะเรื่อง Friends ทั้งหมดต้องรีบจัดข้าวของออกไปบ้านเช่าตากอากาศริมหาดที่มีคำอธิบายในเว็บไว้ว่า ‘ทิ้งโลกไว้เบื้องหลัง’ ที่หมายถึงสถานที่พักผ่อนหนีจากความวุ่นวายทั้งหมด ทั้งนี้มันเป็นความเอาแต่ใจของอะแมนดาเป็นหลักที่บังคับให้ครอบครัวต้องมาพักผ่อนแบบปุบปับ เพราะเธอทนไม่ไหวกับการทำงานกับผู้คนมาทั้งปีจนถึงกับสบถออกมาว่าเธอ ‘เกลียดมนุษย์’

 

Leave the World Behind

 

ระหว่างนั้นได้เกิดเค้าลางสำคัญขึ้นคือ ในตอนกลางวันเรือเดินสมุทรควบคุมไม่ได้แล้วแล่นเข้าชายหาดที่ครอบครัวกำลังนอนอาบแดดอยู่ ในตอนเย็นปรากฏกวางขึ้นในสวนหลังบ้านเช่า แต่เหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในตอนค่ำเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญผิวดำใส่ชุดคลาสสิกมาอ้างตัวว่าพวกเขาคือ พ่อลูกสก็อตต์ที่เป็นเจ้าของบ้านพักตากอากาศนี้ คนพ่อชื่อ จอร์จ (มาเฮิร์ซชาลา อาลี) และลูกสาววัยรุ่นชื่อ รูธ (มายฮา’ลา เฮอร์โรลด์ ) ทั้งคู่ไม่สามารถกลับไปบ้านที่อยู่ในเมืองได้เพราะไฟดับ จึงจำใจขับรถมาเพื่อขอค้างคืนที่บ้านเช่าของพวกเขาเอง จากนั้นเมื่อสองครอบครัวที่ต่างไม่ไว้ใจกันต้องมาอยู่ร่วมกัน ฝั่งครอบครัวแซนด์ฟอร์ดไม่เชื่อสนิทใจว่าพ่อลูกผิวดำนี้จะเป็นเจ้าของบ้านจริง ๆ หรือไม่ ขณะที่ลูกสาวของครอบครัวสก็อตต์ก็อึดอัดใจที่ถูกสงสัยและถูกทำเหมือนขอทานทั้งที่เป็นบ้านของพวกเธอเอง

 

Leave the World Behind

 

รีวิวหนัง : ตัวหนังมีการเปิดเรื่องที่ค่อนข้างน่างสนใจ ช่วง 30-40 นาทีแรกของหนัง ค่อนข้างน่าสนใจดี ปูเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ แต่พอเริ่มจับทิศทางได้ หนังค่อนข้างผละตัวเองให้ออกห่างจากคนดูไปเรื่อยๆ กลายเป็นองค์ประกอบที่ไม่ค่อยน่าดึงดูดเท่าไหร่ เป็นจุดที่หนังเล่าไปเรื่อยๆ แบบไม่มีจุดเด่นใดๆ เปล่งประกายออกมาเหมือนกับช่วงแรกที่เคยทำได้ เอาจริงๆ หนังเรื่องนี้ค่อนข้างต้องใช้การตีความในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะข้อความหลายๆ จุดที่หนังใส่เข้ามา บางส่วนเป็นเชิงสัญลักษณ์ที่แฝงไปด้วยการวิเคราะห์ไปถึงความหมายของมัน ถึงจะเป็นสิ่งที่พยายามช่วยดึงรั้งบรรยากาศให้หนังชวนอึดอัดใจ และสร้างความไม่ไว้วางใจแบบทื่อๆ ไปเสียง่ายๆ หนังดูจะพยายามสร้างกิมมิกความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง แต่น่าเสียดายที่ทำยังได้ไม่ถึงอารมณ์นัก

 

Leave the World Behind

 

โดยภาพรวมแล้ว Leave the World Behind คงไม่ใช่หนังเรื่องโปรดในรอบปีนี้ของเรา ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะเคยตั้งความคาดหวังกับหนังเอาไว้หรือเปล่า แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ มีเพียงแค่อาการปั่นประสาทจากสถานการณ์โดยรอบตัวละคร กับตัวละครต่างๆ เริ่มตะโกนใส่กันมาขึ้นเรื่อยๆ กับภาวะที่บีบคั่นประสาทมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าหนังจะซ่อนแนวคิดและข้อความหลายๆ อย่างเอาไว้มากมาย ที่พยายามจะปล่อยออกมาและรอให้มันวนกลับมาช่วงไขกระจ่างให้กับแนวคิดต่างๆ ของทุกตัวละคร แต่น่าเสียดายที่ยังไม่คมคายเพียงพอที่จะทำให้กลายเป็นหนังที่สนุกได้ตลอดทั้งเรื่อง สุดท้ายมันก็กลายเป็นแค่หนังหายนะด้วยสถานการณ์ที่มองไม่เห็นทั่วๆ ไป

 

Leave the World Behind

Leave the World Behind
ตัวอย่างหนัง  Leave the World Behind

ชื่อเรื่อง : Leave the World Behind
ประเภท : ดราม่า / ระทึกขวัญ / ลึกลับ
ผู้กำกับ : แซม เอสเมลล์
ผู้เขียนบท : แซม เอสเมลล์ 
นักแสดงนำ : จูเลีย โรเบิร์ตส์, มาเฮิร์ซชาลา  อาลี, อีธาน ฮอว์ก ,ชาร์ลี อีแวนส์ ,ฟาร์ราห์ แม็กเคนซี ,มายฮา’ลา เฮอร์โรลด์
ความยาว : 2 ชั่วโมง 18 นาที
กำหนดฉาย : 8 ธันวาคม 2023 (ที่ Netflix)