รีวิวหนัง : I’m Thinking of Ending Things (2020)

หากจะกล่าวถึงคนเขียนบทชาวอเมริกันที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในปลายต้นทศวรรษที่ 2000s ชื่อของ ชาร์ลี คอฟแมน จะต้องถูกยกขึ้นมาเสมอ ด้วยผลงานที่เขาร่วมงานกับ สไปค์ จอนซ์ ผู้กำกับมิวสิควิดีโอชื่อดัง อย่าง Adaptaion(2002) และหนังที่เขาเขียนร่วมกับผู้กำกับ มิเชล กอนดรี้ กับ ปิแอร์ บิสมัทธ์ อย่าง Eternal Sunshine of the Spotless Mind(2004) ซึ่งทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขาบทดั้งเดิมมาครอง รวมไปถึงผลงานที่เขาเป็นผู้กำกับและเขียนบทเองอย่าง Synecdoche, New York(2008) งานที่ทะเยอทะยานที่สุดของเขาจนถึงปัจจุบัน

 

I’m Thinking of Ending Things

 

เรื่องย่อ : เป็นเรื่องราวของนักศึกษาสาวด้านควอนตัมฟิสิกส์คนหนึ่ง (เจสซี่ บัคลี่ย์) ตัดสินใจนั่งรถเดินทางกับ เจค (เจสซี่ พลีมอนส์) แฟนหนุ่มที่เพิ่งหากันได้เพียงเจ็ดสัปดาห์ เพื่อไปหาพ่อแม่ของเขาในชนบทอันห่างไกล แม้ว่าเธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะจบความสัมพันธ์กับเขา ด้วยความรู้สึกว่าเรื่องราวระหว่างเธอกับเขาไม่มีความคืบหน้า เต็มไปด้วยความรู้สึกน่าเบื่อหน่าย

 

I’m Thinking of Ending Things

 

รีวิวหนัง : เพียงผ่านช่วงแรกหนังก็เผยให้เห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่หนังตื่นเต้นเขย่าขวัญทั่วไป, ไม่ใช่หนังโรแมนติค หรือหนังชีวิตใดๆ เพราะตลอด 20 นาทีแรก หนังก็พาเราไปพบกับบทสนทนายืดยาวระหว่างชายหญิงที่บนรถยนต์ท่ามกลางพายุหิมะที่ตกโปรยปราย สลับกับความคิดในใจที่ไม่กล้าพูดของเธอ ตั้งแต่บทกวีของ วิลเลียม เวิร์ดเวิร์ธ การพูดงานเขียนที่แสนเศร้ารำพึงถึงการกลับบ้านที่ไม่ได้มีความสวยงามของหญิงสาว ละครเวทีในอดีตที่ชายหนุ่มเคยดูสมัยก่อน หรือเหตุการณ์ประหลาดชั่ววูบหนึ่งที่หญิงสาวเห็นชิงช้ากลางไร่รกร้างว่างเปล่า ที่หากปรากฏในหนังเรื่องอื่น ก็อาจเป็นได้ทั้งเรื่องที่ไม่มีความสลักสำคัญ หรือถูกเน้นย้ำให้ชัดขึ้นในเวลาต่อมา หากในหนังเรื่องนี้กลับถูกเล่าขึ้นมาเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่จะมาประกอบร่างรวมกันในท้ายที่สุดเมื่อหนังจบ

 

I’m Thinking of Ending Things

 

อาจกล่าวได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามาอย่างแปลกต่างและแสดงให้เห็นความซับซ้อนทางใจของมนุษย์ เจตนาของหนังเรื่องนี้คือเสียดสีและวิพากษ์การยึดติดลัทธิโรแมนติคเพื่อคนหนุ่มสาวของผู้สร้างหนังฮอลลีวู้ด ดังที่ตัวละครทั้งสองคนพูดในรถว่าในหลายเรื่องล้วนเต็มไปด้วยความไม่สมจริง รวมถึงตอนจบที่ให้ตัวละครมีทางออก หรือมองโลกอย่างมีความหวัง ดังที่ตัวละครยกคำกล่าวอ้างหนึ่งมาพูดถึงมนุษย์ไว้อย่างน่าสนใจ

มันอาจไม่ใช่งานที่ถ่ายทอดได้ทั้งรันทดและงดงามอย่าง Synecdoche, New York แต่ก็ยังถือว่าคอฟแมนไม่ได้ทิ้งลายเซ็นของเขามาตลอดยี่สิบปี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการได้ชมการต่อบทสนทนาอันยืดยาว และบ่อยครั้งแทบจะเป็นการพูดคนเดียวหลายนาที ผ่านการแสดงของ เจสซี่ บัคลี่ย์ และ เจสซี่ พลีมอน ทำให้เราสัมผัสถึงตัวตนที่ยากจะเข้าถึงของพวกเขาได้อย่างน่าทึ่ง แน่นอนว่าสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อด้วยกลวิธีที่ไม่ประนีประนอมเช่นนี้คงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงวงการบันเทิงอะไรได้ เพียงแต่ตอกย้ำให้เห็นสิ่งที่เรื่องที่มักถูกมองข้าม และละเลยที่จะเล่าทั้งที่มันมีความสำคัญ และชวนไขปริศนาไม่น้อยไปกว่าเรื่องในขนบที่นิยมเล่ากันมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

I’m Thinking of Ending Things

 

จุดเด่นในงานบทหนังของคอฟแมนที่มีเสมอมาคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนของเราเอง ด้วยไอเดียแหวกแนวที่คนๆ หนึ่งสามารถเข้าไปควบคุมร่างและจิตใจของดารามีชื่ออย่าง จอห์น มัลโควิช ได้ หรือสะท้อนภาวะตีบตันของคนเขียนบทในวงการฮอลลีวู้ด ผ่านการแสดงแบบคู่แฝดของ นิโคลัส เคจ ผ่านบทสนทนาแบบตลกร้ายที่สะท้อนให้เห็นว่าตัวตนของมนุษย์เรานั้นสูญหาย และเลื่อนไหลง่ายดายแค่ไหน ซึ่งสร้างชื่อให้เขาในฐานะคนที่เขียนบทหนังแนวเหนือจริง ให้กลายเป็นหนังทำเงิน และได้รับคำชมวงกว้างได้ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาจนสิ่งที่เล่าถูกนำเสนออย่างลุ่มลึก ซับซ้อนขึ้น และยังเน้นประเด็นความเสื่อมถอย ชราภาพในชีวิตมากขึ้น ในงานที่เขากำกับเอง ส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไมได้ว่ามาจากอายุของคอฟแมนนั่นเองที่ปัจจุบัน 64 ปีแล้ว และผ่านความผิดหวังในชีวิตมาไม่น้อยในฐานะคนเขียนบทโทรทัศน์ที่ถูกปฏิเสธผลงาน และมีงานที่ไม่เป็นที่รู้จักเกือบสิบปี กว่าจะมีชื่อก็ตอนเขาอายุขึ้นเลขสี่แล้ว

 

I’m Thinking of Ending Things

I’m Thinking of Ending Things
ตัวอย่างหนัง  I’m Thinking of Ending Things

ชื่อเรื่อง : I’m Thinking of Ending Things
ประเภท : ดราม่า / ระทึกขวัญ 
ผู้กำกับ : ชาร์ลี คอฟแมน
ผู้เขียนบท : ชาร์ลี คอฟแมน
นักแสดงนำ : เจสซี่ พลีมอนส์ , เจสซี่ บัคลี่ย์ ,โทนี่ คอลเล็ตต์ ,แฮดลีย์ โรบินสัน ,เดวิด ธิวลิส
ความยาว : 2 ชั่วโมง 14 นาที
ช่องทางการรับชม : Netflix