รีวิวหนัง : Hustle (2022) คนจะดัง… อย่าฉุด

Hustle คนจะดัง… อย่าฉุด ภาพยนตร์กีฬาสูตรสำเร็จ แต่สนุกดูเพลิน หนังเรื่องล่าสุดของ อดัม แซนเลอร์ ที่ยังเอาด๊ในการเล่นหนังดราม่ากินใจ ซึ่งเป็นผลงานการกำกับหนังยาวอีกครั้งของ เจอร์ไมห์ ซาการ์ ผู้กำกับที่ถนัดทำหนังสารคดีเป็นหลัก และเมื่อต้องมาหยิบจับสร้างหนังดราม่าที่ผสมผสานเข้ากับแวดวงกีฬา เขาสามารถงัดเอาเทคนิคและความช่ำชองในการสร้างสารคดีของเขาเข้ามาใส่เอาไว้ได้อย่างคล้องจองกันดี แม้ว่าโดยรวมแล้วหนังจะไม่ได้สร้างความแปลกแตกต่างอะไรจากหนังแนวนี้ที่เคยทำกันออกมาแล้วหลายเรื่องก็ตาม

หนังยังได้ 2 นักเขียนบทมือดี เทย์เลอร์ มาเทอร์น ที่มีประสบการณ์ในการเขียนบทให้วิดีโอเกม NBA มาก่อน กับ วิล เฟตเตอร์ส มือเขียนบทที่เคยได้เข้าชิงออสการ์จาก A Star Is Born มาช่วยกันปลุกปั้นเรื่องนี้ และทำให้หนังเกือบ 2 ชั่วโมงเรื่องนี้สามารถเกาะกินใจผู้ชมได้อยู่หมัด ถึงแม้ว่าบทจะค่อนข้างเชยและธรรมดาไปสักหน่อย แต่ก็ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ มาช่วยสนับสนุนตัวหนังได้ดี

 

Hustle

 

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ สแตนลีย์ เบเรน (อดัม แซนด์เลอร์) อดีตนักกีฬาบาสเก็ตบอลที่เคยถูกไล่ออกจากทีม ทำให้เขาผันตัวกลายมาเป็นแมวมองนักบาสของทีมฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส เขาถูกสั่งให้ตามหานักบาสฝีมือดีเพื่อจะให้มาเป็นความหวังของทีม ถ้าหากทำได้เขาจะได้เป็นผู้ช่วยโค้ช และจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่ต้องเดินทางบ่อยๆ ซึ่งหลังจากได้รับภารกิจมา เขาก็ได้ออกเดินทางไปในหลายประเทศ เพื่อตามหาเด็กที่มีฝีมือ จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้ไปเจอกับเด็กคนหนึ่งที่มีฝีมือในสเปน เด็กคนนี้ชื่อว่า โบ ครูซ (ฆวน เอร์นันโกเมซ) เขาเห็นแววในเด็กคนนี้ และหวังจะปั้นเด็กคนนี้ให้เป็นดาวดัง แต่เส้นทางในการตามฝันมันไม่ง่ายแบบนั้น เขาต้องเผชิญกับปัญหามากมาย สุดท้ายแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ทุกคนต้องไปรับชมด้วยตัวเอง สามารรับชมได้ทาง Netflix

 

Hustle

 

รีวิวหนัง : เรื่องนี้บอกเลยว่าถ้าใครเป็นคอบาสเกตบอลน่าจะหลงรักหนังเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะในเรื่องมีการเชิญทั้งนักบาส และเหล่าผู้บริหารทีมตัวจริงมาเป็นดารารับเชิญ ซึ่งเยอะมากๆ ถือว่าเป็นหนังสร้างแรงบันดาลใจที่ดีเรื่องนึงเลย บทเรื่องนี้ถือว่าเป็นสูตรสำเร็จมากๆ มาแนวหนังนักล่าฝันทั่วไปเลย แต่ก็เป็นสูตรสำเร็จที่กินกี่ครั้งก็อร่อย อาจจะไม่ได้ดีมากจนน่าจดจำ แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยที่เดียว ต่อมาด้านการดำเนินเรื่อง ส่วนนี้ทำได้ดีเช่นกัน ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็ว แต่ก็น่าติดตามและไม่น่าเบื่อเลย จัดลำดับการเล่าเรื่องได้ดี

 

Hustle

 

ด้านงานภาพและการโปรดักชั่น ด้านนี้ทำได้ดีมากๆ สำหรับหนังแนวนี้งานภาพแบบนี้ โทนสีภาพที่ใช้ มุมกล้อง ทุกอย่างดีงามหมด เสื้อผ้าหน้าผมก็ทำได้ดี และเป็นส่วนที่ช่วยส่งให้งานภาพดีขึ้นไปอีก ส่วนด้านงานโปรดักชั่นก็ทำได้ดีเช่นกัน แม้มันยังไม่ดูอิมแพ็คหรือยิ่งใหญ่มากเท่าไหร่ ฉากแข่งบาสก็ไม่ได้น่าจดจำมากนัก แต่ก็ไม่ได้แย่นะ อยู่ในระดับที่ดีใช้ได้ การตัดต่อ เพลงที่ใช้ การลำดับเสียง ทุกอย่างทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยรวมคือเป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลย คุ้มค่าแก่การสละเวลา ถือว่าเป็นหนังดราม่าที่ไม่น่าเบื่อและดูได้สนุกใช้ได้เลย

 

Hustle

 

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Hustle คนจะดัง… อย่าฉุด ถือว่าเป็นหนังกีฬาฟีลดี ที่มาช่วยเติมไฟแห่งกำลังใจให้กับทุกๆ คนในการต่อสู้และพยายามต่อทุกอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา แม้ว่าตัวหนังจะค่อนข้างดำเนินเรื่องไปแบบสูตรสำเร็จกับบทหนังเชยๆ แต่มันกลายเป็นความเชยที่ยังทำงานได้ดีต่อผู้ชม สามารถสร้างความบันเทิงให้คนดูทั้งสนามแบบมีประสิทธิผล พร้อมกับองค์ประกอบการแสดงที่ผสมผสานทั้งนักแสดงกับนักกีฬาตัวจริงที่แทบจะแยกไม่ออก พูดได้ว่าเป็นหนังดราม่าในวงการกีฬาเรื่องหนึ่ง ที่ดูสนุก น่าติดตาม จบได้อิ่มเอมใจ ฟีลกู้ดไปตามๆ กัน

 

Hustle

ตัวอย่างหนัง  Hustle คนจะดัง… อย่าฉุด

ชื่อเรื่อง : Hustle คนจะดัง… อย่าฉุด
ประเภท : ดราม่า / กีฬา
ผู้กำกับ : เจอร์ไมห์ ซาการ์
ผู้เขียนบท : เทย์เลอร์ มาเทอร์น ,วิล เฟตเตอร์ส
นักแสดงนำ : อดัม แซนด์เลอร์ ,ฆวน เอร์นันโกเมซ
ความยาว : 1 ชั่วโมง 57 นาที
ช่องทางการรับชม : Netflix