รีวิวหนัง : Aquaman and the Lost Kingdom (2023) อควาแมน กับอาณาจักรสาบสูญ

หลังจากประสบความสำเร็จของหนังเดี่ยวซูเปอร์ฮีโรเจ้าสมุทร Aquaman ที่ออกฉายในปี 2018 และทำรายได้กว่า 1,152 ล้านเหรียญ จนขึ้นแท่นหนังทำรายได้มากที่สุดของจักรวาล DCEU หลังจากนั้นมาดูเหมือนว่าจะไม่มีหนังเรื่องไหนที่ไปได้ถึงจุดสูงสุดแบบที่หนังเรื่องนี้เคยทำได้อีกเลย จนมาถึงปลายปี ซูเปอร์ฮีโรเจ้าสมุทร จึงต้องกลายเป็นความหวัง ในหนังภาคต่อ Aquaman and the Lost Kingdom ผู้รับหน้าที่ปิดจักรวาล DCEU ก่อนการมาถึงของจักรวาล DCU หรือ DC Universe ในปี 2025 โดยในภาคนี้ยังคงได้นักแสดงและทีมงานชุดเดิมกลับมาครบทีมทั้งผู้กำกับ เจมส์ วาน และยังคงได้ เดวิด เลสลี จอห์นสัน-แม็กโกลดริก ผู้เขียนบทจาก ‘Aquaman’ ภาคแรกกลับมาเขียนบทในภาคนี้ด้วย

 

Aquaman and the Lost Kingdom

 

เรื่องย่อ : เมื่อ คิงส์ อาร์เทอร์ (เจสัน โมโมอา) จำต้องรับหน้าที่ราชาผู้ดูแลผืนน้ำโลกใต้สมุทร ที่เหล่ามนุษย์บนดินก่อปัญหาไม่จบสิ้น ไม่ว่าจะเป็นขยะในทะเล การทำให้โลกร้อนขึ้น จากการทำลายชั้นบรรยากาศ การเผาสารเคมีต่าง ๆ และยังมีปัญหาอื่น ๆ อย่างโจรสลัดที่เข่นฆ่าผู้คนเพื่อปล้นสินค้า และแม้ภารกิจหนักหน่วงแค่ไหน ก็ยังไม่วายมีเรื่องปวดหัวมากกว่า นั่นก็คือการเลี้ยงลูกชาย (อาร์เทอร์ จูเนีย) ให้อยู่บนผืนแผ่นดิน เพราะเขาต้องอาศัยความอดทน การมีสมาธิ ไหวพริบ เพื่อทำให้เด็กไม่ร้องไห้ในยามค่ำคืนที่ต้องหลับนอน หลังจากลงไปทำงานใต้ทะเล

ขณะเดียวกันคู่ปรับเก่าอย่าง แบล็คแมนท่า (ยาห์ยา อับดุล-มาทีน ที่ 2) ก็ยังพยายามจะหาทางกำจัดเขาและครอบครัว กระทั่งเขาได้พลังใหม่จาก ตรีศูลสีดำที่ชื่อว่า Black Trident เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อพลังที่เขาได้มานั้นเป็นพลังต้องห้ามของ “คอร์แด็กซ์” กษัตริย์ของ “เนครัช” หนึ่งใน 7 อาณาจักรใต้ทะเลที่หายสาบสูญ ทางเดียวที่จะจัดการเขาได้ก็คือการไปหาน้องชายต่างมารดาอย่าง คิงส์ ออร์ม (แพทริค วิลสัน) ที่ต้องโทษคุมขังใต้ทะเลทราย ให้ออกมาตามหาวายร้ายรายนี้ เพื่อช่วยกันปกป้องอาณาจักรแอตแลนติสและโลกนี้ให้ปลอดภัย

 

Aquaman and the Lost Kingdom

 

รีวิวหนัง : การเดินเรื่องนั้นตัวหนังทำออกมาได้ดีกระฉับสุด ๆ ถึงเนื้อเรื่องจะไม่ได้มีอะไรมากแต่ก็ทำผู้ชมนั้นดูเพลินกันแน่นอน เพราะในภาคนี้ตัวหนังจัดเต็มในด้านของงานภาพจริง ๆ ที่เรียกได้ว่าสวย อลังการ แน่นอน นอกจากนั้นเรายังได้เห็นฉากใต้น้ำ ที่ให้อารมณ์เหมือนญี่ปุ่นอีกด้วยเป็นอะไรที่แปลกและน่าสนใจดีมากเลยทีเดียวสำหรับวิชวลเอฟเฟกต์ ส่วนฉากแอคชั่นนั้นในภาคนี้ก็ทำได้ดีเช่นกัน บู๊กันสนันถูกใจคอหนังแอคชั่นแน่นอน

จุดแข็งฉากและงานสร้าง CGI ยังคงภาพของความงดงามใต้ทะเลไว้ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีฉากใหม่ ๆ ให้ได้ตื่นตาตื่นใจจากภาคแรก บทหนังเน้นการผจญภัยของสองพี่น้อง ดูแล้วเข้าขาเคมีเข้ากันได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยมุกโบ๊ะบ๊ะ การแกล้งแบบแสบ ๆ คัน ๆรวมไปถึงเจ้าปลาหมึกสายลับ ที่จะทำให้ผู้ชมได้ฮาป่วนกันทั้งโรง ในส่วนของฉากแอคชั่นต่อสู้ รับประกันว่าดุเดือดทั้งเรื่อง แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนภาคแรกแต่ก็โชว์ของออกมาได้เรื่อย ๆ เป็น 2 ชม. ที่ดูแล้วเพลินตาเพลินมาก

 

Aquaman and the Lost Kingdom

 

โดยภาพรวมในภาคนี้ต้องเรียกได้ว่าทั้งวานและทีมงานเองค่อนข้างรู้ชัดเจนแหละว่า สูตรที่ทำให้ ‘Aquaman’ ภาคที่แล้วประสบความสำเร็จได้อย่างไร โดยเฉพาะการที่หนังนั้นมีจุดแข็งที่แตกต่างจากซูเปอร์ฮีโร DC เรื่องอื่น ๆ ทั้งการเสิร์ฟความบันเทิงสไตล์หนังป๊อปคอร์นแบบครบรส ทั้งมุกตลก Mood และงานสร้างที่มีความแฟนตาซี ดราม่าครอบครัว จังหวะสยองขวัญ แอคชั่นหนัก ๆ ฉากสงครามตื่นตา เมืองแอตแลนติสสุดอลัง ไม่ต้องดูหนัง DC เรื่องอื่นมาก่อนก็เข้าใจ

 

Aquaman and the Lost Kingdom

Aquaman and the Lost Kingdom

 

ตัวอย่างหนัง Aquaman and the Lost Kingdom

ชื่อเรื่อง : Aquaman and the Lost Kingdom
ประเภท : แอคชั่น / ผจญภัย / แฟนตาซี
ผู้กำกับ : เจมส์ วาน
ผู้เขียนบท : เดวิด เลสลี จอห์นสัน-แม็คโกลดริค
นักแสดงนำ : เจสัน โมโมอา ,แพทริค วิลสัน, แอมเบอร์ เฮิร์ท, ยาห์ยา อับดุล-มาทีน ที่ 2 ,นิโคล คิดแมน
ความยาว : 2 ชั่วโมง 4 นาที
กำหนดฉาย : 20 ธันวาคม 2023